นายจรุง เชื้อจินดา รองผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ "นวัตกรรมประกันภัยไร้รอยต่อ: ยกระดับคุณภาพชีวิตวัยเก๋าด้วย InsurTech" ให้แก่นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กว่า 160 คน ภายใต้โครงการ “ประกวดชิงรางวัลนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการประกันภัย ประจำปี 2569 (Education and InsurTech Talent Program 2026)” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดยศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย (Center of InsurTech, Thailand หรือ CIT) เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ในการบรรยายรองผู้อำนวยการบริหารสมาคมฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมประกันภัยกำลังเผชิญกับความท้าทายจาก "ความเสี่ยงด้านสังคมสูงวัย" (Aging Society Risk) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ความเสี่ยงอุบัติใหม่ (Emerging Risks) ตามโจทย์หลักของ OIC InsurTech 2026 โดยผู้สูงอายุต้องเผชิญความเสี่ยงสำคัญ 4 ด้าน
• ด้านสุขภาพ ภาวะโรคเรื้อรังและเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่ทำให้ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้น
• ด้านรายได้ (Longevity Risk) การมีอายุยืนยาวสวนทางกับเงินบำนาญที่คงที่ เสี่ยงต่อภาวะเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ
• ด้านครอบครัว โครงสร้างครอบครัวที่เล็กลงทำให้ขาดแคลนผู้ดูแล และมีค่าใช้จ่าย Nursing Home สูง
• ด้านสภาพแวดล้อม อุบัติเหตุการล้มในบ้านซึ่งเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของความพิการในผู้สูงวัย
อีกทั้งเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของระบบประกันแบบเดิมที่เน้นเอกสารซับซ้อนและเบี้ยประกันภัยเหมารวม
จึงได้เกิดแนวคิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวงจรธุรกิจประกันภัย (Insurance Value Chain) ดังนี้
1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) ใช้ Big Data Analytics วิเคราะห์สถิติสุขภาพจริงเพื่อออกแบบกรมธรรม์เฉพาะบุคคล และใช้ OIC Sandbox เป็นพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ก่อนออกสู่ตลาดจริง
2. การตลาดและช่องทางการเสนอขาย (Marketing & Distribution) ลดอุปสรรคการเดินทางด้วย
E-Commerce Platforms เช่น Insure Mall และ Heygoody ที่ช่วยให้เปรียบเทียบเงื่อนไขและซื้อประกันได้ง่ายผ่านปลายนิ้ว
3. การประเมินความเสี่ยง (Risk Profiling) เปลี่ยนจากการประเมินตามช่วงอายุ มาเป็นการใช้ Wearable Devices ตรวจจับพฤติกรรมจริง เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและการนอนหลับ เพื่อทำ Dynamic Pricing หรือการปรับเบี้ยประกันภัยตามสุขภาพจริงอย่างเป็นธรรม
4. การจัดการด้านสินไหม (Claim Management) นำระบบ Auto Claim และ Touchless Censor Claim มาใช้ รวมถึงนวัตกรรม Telemedicine และ Telepharmacy ที่ช่วยให้ปรึกษาแพทย์และรับยาได้จากที่บ้าน ลดระยะเวลาดำเนินการจากทั้งวันเหลือเพียงไม่ถึง 30 นาที
5. การบริการลูกค้า (Customer Service) ให้บริการผ่าน OIC Gateway และ AI Chatbot บน LINE (@OICConnect) ช่วยให้ตรวจสอบกรมธรรม์ (MyPolicy) และคำนวณภาษีได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ในช่วงท้ายของการบรรยาย รองผู้อำนวยการบริหารสมาคมฯ ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถามและแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเข้าใจในประเด็นนวัตกรรมที่ตรงตามความสนใจของคนรุ่นใหม่ พร้อมกล่าวในช่วงท้ายว่า "InsurTech ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อรองรับเศรษฐกิจสูงวัยของประเทศไทย" ทั้งนี้เพื่อให้เกิดระบบประกันภัยที่ไร้รอยต่อ มีความยั่งยืน และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง




