สมาคมประกันชีวิตไทย
แต่งตั้ง "นัฏชกร สุวรรณสถิตย์" ดำรงตำแหน่ง ผอ.บริหาร คนใหม่
ชูบทบาท
"The Key Connector" เชื่อมพันธมิตร
สมาคมประกันชีวิตไทย แต่งตั้ง นางนัฏชกร
สุวรรณสถิตย์ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย คนใหม่ พร้อมแต่งตั้ง
นายพิชา สิริโยธิน อดีตผู้อำนวยการบริหารสมาคมฯ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ
ครั้งที่ 11/2568-2569 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
นางนัฏชกร สุวรรณสถิตย์
เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมประกันภัย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
สาขาบริหารความเสี่ยงและประกันภัย (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
และปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) จากมหาวิทยาลัยมหิดล
ตลอดเส้นทางการทำงาน
นางนัฏชกรสะสมความเชี่ยวชาญในการบริหารงาน ณ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด
(มหาชน) และบริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.
2539–2569 โดยได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ กรรมการบริษัท,
กรรมการบริหารความเสี่ยง และผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ 2
ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง
และการพัฒนาธุรกิจประกันชีวิตในเชิงลึก นอกจากนี้
ยังผ่านการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงและนวัตกรรมจากสถาบันชั้นนำ อาทิ หลักสูตร
Director Certificate Program (DCP) และ Director
Leadership Certification Program (DLCP) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
(IOD), Senior Executive Program (SEP) จาก ศศินทร์,
Executive Development Program (EDP) จากมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง
รวมถึงหลักสูตรด้านนวัตกรรมและการบริหารจัดการยุคใหม่จากมหาวิทยาลัยศรีปทุมและมหาวิทยาลัยมหิดล
ชูบทบาท
"The Key Connector" ขับเคลื่อนภารกิจสมาคมฯ
ยุคใหม่
ในโอกาสพบปะสื่อมวลชน (Media Luncheon) นางนัฏชกร ได้เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในฐานะผู้อำนวยการบริหารคนใหม่ โดยตั้งเป้าเป็น "ตัวกลางเชื่อมพลัง" (The Key Connector) และเป็นฟันเฟืองหลักในการนำนโยบายของนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการบริหาร ไปสู่แผนการปฏิบัติงาน (Action Plan) ที่จับต้องได้ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสมาคมฯ ผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1. การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างรวดเร็ว
(Operational
Leadership) มุ่งเน้นปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กรให้มีความคล่องตัว
(Agile) เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อทิศทางนโยบายและพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากบริษัทสมาชิก
2. นำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของ
17 คณะอนุกรรมการ มาบูรณาการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจและประชาชน
3. ผสานพันธมิตร
พร้อมทำงานร่วมกับสำนักงาน คปภ. และหน่วยงานภาครัฐในฐานะ "พันธมิตรที่ไว้วางใจได้" (Trusted Partner) รวมถึงการขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนต่างๆ
4. ยกระดับวัฒนธรรมองค์กรและพัฒนาบุคลากรของสมาคมฯ
(People
& Smart Culture) ให้มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะทักษะด้านดิจิทัลและ
AI เพื่อพร้อมเป็นแรงสนับสนุนแก่บริษัทสมาชิก
การก้าวสู่ยุคใหม่ภายใต้การนำของนางนัฏชกร
ในครั้งนี้ สมาคมประกันชีวิตไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงทุกความร่วมมือ
ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง
และพร้อมเติบโตเคียงข้างบริษัทประกันชีวิตที่เป็นสมาชิก เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานธุรกิจที่ตอบโจทย์
และเป็นรากฐานความมั่นคงทางสังคมให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน