สมาคมประกันชีวิตไทย โดยคณะอนุกรรมการระบบบัญชีและภาษี จัดงานสัมมนาในหัวข้อ "มาตรวัดทางการเงินที่สำคัญตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยอื่นของธุรกิจประกันชีวิตในต่างประเทศสำหรับนักบัญชี กับกำไรสุทธิตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 เรื่อง สัญญาประกันภัย" ณ ห้อง 701 ชั้น 7 สมาคมประกันชีวิตไทย เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่นักบัญชีและบุคลากรในธุรกิจประกันชีวิตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานการรายงานทางการเงินระดับสากล โดยได้รับเกียรติจาก คุณโชน โสภณพนิช กรรมการประจำคณะอนุกรรมการระบบบัญชีและภาษี เป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน
การสัมมนาในครั้งนี้มุ่งเน้นการเจาะลึกเนื้อหาที่เข้มข้นและครอบคลุมทุกมิติสำคัญ โดยมี คุณธานี ทรงธนเจริญกิจ ประธานคณะอนุกรรมการระบบบัญชีและภาษี เป็นวิทยากรส่งมอบความรู้ในหัวข้อหลัก ดังนี้
• การทบทวนสมการทางการบัญชีอย่างง่าย (Basic Accounting Equation) เรียนรู้และทำความเข้าใจแนวทางการจัดทำรายงานทางการเงิน ในกรณีที่ถือปฏิบัติแยกตามหลักการบัญชีหรือมาตรฐานที่แตกต่างกัน (Different Accounting Principles / GAAPs)
• ผลกระทบทางคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Principle) เจาะลึกกรณีศึกษาเมื่อนำหลักการทางคณิตศาสตร์ประกันภัยมาใช้จัดทำบัญชีต่างหลักการ พร้อมร่วมวิเคราะห์ผลกระทบและความหมายอย่างละเอียด
• มาตรวัดทางการเงินของธุรกิจประกันชีวิต ศึกษาความสัมพันธ์ของมาตรวัดทางการเงินที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งในแง่การเติบโต ผลกำไร และเงินกองทุนที่เป็นอิสระ
• มูลค่าและกำไรของธุรกิจ เจาะลึกเรื่องมูลค่าและกำไรของธุรกิจใหม่ (VoNB หรือ NBP) รวมถึงกำไรสุทธิทางบัญชี (Net Profit), กำไรจากการดำเนินงานระยะยาว (Long-term Operating Profit) และกำไรสุทธิทางบัญชีตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับปรับปรุง (Adjusted IFRS Profit)
• การบริหารเงินกองทุน เรียนรู้การสร้างเงินกองทุนส่วนเกินอิสระ (Free Surplus Generation) ควบคู่ไปกับการบริหารเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Capital)
• อัปเดตมาตรฐานใหม่ (TFRS 18) ทำความเข้าใจความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 18 เรื่องการแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินของธุรกิจประกันชีวิต รูปแบบงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ และมาตรการวัดผลการดำเนินงานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร (Management Performance Measures)
นอกจากนั้นในช่วงท้ายยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ซักถามข้อสงสัยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อให้บุคลากรในสายงานสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รองรับการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานทางการเงินในอนาคตได้อย่างมั่นคง